mrsavebook — February 04, 2009 — ประวัติการสูญเสียแผ่นดินไทย

ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

กรรมหมู่กับนิยามห้า


โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 21:30:42 น. มติชนออนไลน์

กรรมหมู่กับนิยามห้า

โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้มีการบรรยายในที่ประชุมสำนักธรรมศาสตร์และการเมืองราชบัณฑิตยสถาน เรื่องกรรมหมู่ : พฤติกรรมสำคัญในการสร้างและทำลายสังคม โดย ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ซึ่งสรุปว่า


กรรมหมู่คือพฤติกรรมดีหรือพฤติกรรมชั่วที่คนร่วมกันทำเป็นหมู่ อาจมีผู้ร่วมทำมากบ้างน้อยบ้าง โดยให้ผลไม่ใช่เฉพาะแก่ผู้ทำเอง แต่ยังให้ผลถึงสังคมด้วย


ซึ่งผู้บรรยายได้ยกตัวอย่าง การเลือกตั้งว่าเป็นกรรมหมู่ใกล้ตัวที่มีทั้งสร้างแลทำลายสังคม ซึ่งการเลือกตั้งเป็นกรรมหมู่ที่สำคัญระหว่างฝ่ายนักการเมืองผู้ต้องการคะแนน กับฝ่ายประชาชนผู้ให้คะแนน


แต่เป็นที่น่าเสียดายที่การเลือกตั้งไม่ว่าที่ไหนในโลกนี้มักจะใช้ "กิเลสนำคุณธรรม" เนื่องจากนักการเมืองที่ไม่ดีมักซื้อเสียง แสวงหาความนิยมด้วยการทำลายคู่แข่งด้วยวจีทุจริต คือการพูดเท็จใส่ร้าย พูดส่อเสียดยุยงให้แตกแยกกัน พูดหยาบคายด่าทอกัน


แต่สำหรับนักการเมืองที่ดีคือนักการเมืองที่หาเสียงโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ซื้อเสียง ไม่แสวงหาความนิยมโดยการทำลายคู่แข่งด้วยการกล่าววจีทุจริต คือ การพูดเท็จใส่ร้าย พูดส่อเสียดยุยงให้แตกแยกกัน พูดคำหยาบคายด่าทอกัน พูดเลื่อนลอยไร้สาระ จะชูนโยบายเป็นสำคัญ ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงผลดีในนโยบายของพรรคตนที่สังคมจะได้รับ


แต่ผู้บรรยายกล่าวว่านักการเมืองที่ดีอย่างที่ว่านี้ยังหาไม่พบ ท่านได้แต่หวังว่าในอนาคตอาจจะเกิดมีการเมืองชนิดใหม่เกิดขึ้น คือ "การเมืองที่ใช้คุณธรรมนำกิเลส"


ผู้เขียนนั่งฟังอยู่ก็เกิดนึกไปถึงคำถามที่ผู้เขียนเองก็สงสัยมานานหลายปีในเรื่องของกรรมหมู่อย่างที่ว่านี้โดยติดใจถึงวิบากกรรม (ผลของกรรม) กรณีคลื่นถล่มฝั่งหรือสึนามิ (Tsunami) ที่เกิดขึ้นจากการที่แผ่นดินใต้ทะเลใกล้กับตอนเหนือของเกาะสุมาตราได้ยุบตัวลง ทำให้เกิดคลื่นมหายักษ์เข้าถล่มฝั่งเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 นั้นสร้างความเสียหายแก่ 15 ประเทศที่ตั้งอยู่ริมฝั่งมหาสมุทรอินเดีย คือ คลื่นจากสึนามินี้เดินทางหลายพันกิโลเมตรไปถึงแอฟริกาตะวันออก โดยที่มี 4 ประเทศไดรับความเสียหายมากที่สุดคือ ประเทศอินโดนีเซีย (ส่วนใหญ่ที่บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา-อาเจะห์) คนตายประมาณ 167,736 คน รองลงมาคือ ประเทศศรีลังกา คนตายประมาณ 21,411 คน อันดับสามคือ ประเทศอินเดีย (ส่วนใหญ่ในบริเวณรัฐทมิฬนาดู) คนตายประมาณ 18,045 คน ส่วนประเทศไทยเป็นอันดับสี่ คนตายประมาณ 8,213 คน


บรรดาคนตายในภาคใต้ของประเทศไทยประมาณ 8,213 คน ปรากฏว่าเป็นคนต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกประมาณครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว


ตรงนี้แหละที่ค้างคาอยู่ในใจมานานว่าคนต่างชาตินับพันคนมาเสียชีวิตพร้อมกับคนไทยอีกนับพันคนนั้นเป็นวิบากกรรม (ผลแห่งกรรม) จากกรรมหมู่หรืออย่างไร?


ผู้เคราะห์ร้ายร่วมหมื่นคนนี้ไปทำกรรมรายพระนามและรายนามผู้ได้รับพระราชทานอะไรไว้ด้วยกันหรือ จึงต้องมาจบชีวิตในประเทศไทย


ผู้เขียนได้สอบถามข้อกังขานี้กับท่านผู้รู้ทางพระพุทธศาสนาหลายท่านและมักได้รับคำตอบคล้ายๆ กันว่าเป็นอจินไตย 4 อันมี พุทธวิสัย ฌานวิสัย กรรมวิสัย และโลกวิสัย ซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถรู้ได้ และถึงรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์แบบว่ารู้ไปก็เท่านั้น ดังนั้นอย่าไปคิดให้เสียสมองเลย เดี๋ยวเป็นบ้าไปเปล่าๆ


ผู้เขียนจึงต้องหันไปหาหนังสือของท่านอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ และหนังสือของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) จนกระทั่งพบเรื่องนิยามห้าซึ่งถือว่าเป็นกฎธรรมชาติซึ่งกฎแห่งกรรมก็เป็นส่วนหนึ่งของกฎธรรมชาตินี้


หลักการสำคัญของนิยาม 5 อ้างอิงตามพจนานุกรมพุทธศาสตร์ของท่าน ป.อ.ปยุตฺโต คือ กฎธรรมชาติที่มีระเบียบแน่นอนของทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ อันได้แก่ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง (ความเป็นของไม่เที่ยง) ทุกขัง (ความเป็นทุกข์) อนัตตา (ความเป็นของไม่ใช่ตัวตน) ซึ่งเป็นข้อที่ 5 ของนิยาม 5 โดยสรุปคือสิ่งต่างๆ ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิตในโลกนี้ย่อมเกิดมีขึ้น แล้วก็เสื่อมลง และในที่สุดก็ต้องเปลี่ยนรูปลักษณะแตกสลายไป ไม่มีอะไรถาวรคงทน ความไม่ถาวรนั้นแหละคือกฎของธรรมชาติ


ส่วนสิ่งที่กำหนดการเปลี่ยนแปลงนั้นมีอยู่ 5 อย่างคือ


1.อุตุนิยาม คือการเปลี่ยนแปลงของวัตถุ (สสาร) ที่ไม่มีชีวิต อันได้แก่ ของแข็ง ของเหลว และก๊าซ ซึ่งก็เปลี่ยนแปลงเป็นนิจอันเป็นอุณหภูมิหรือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ เช่น ฤดูกาล สึนามิ ภูเขาไฟระเบิด พายุดีเปรสชั่น เป็นต้น


2.พีชนิยาม คือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่มีชีวิต อันได้แก่ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย การสืบพันธุ์ มีพันธุกรรม เป็นต้น


3.จิตตนิยาม คือการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการทำงานของจิตที่มีเกิด ดับ อยู่ตลอดเวลา


4.กรรมนิยาม คือการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการกระทำของมนุษย์ คือกระบวนการให้ผลของการกระทำ ที่ชาวบ้านมักอ้างถึงในรูปของ "กฎแห่งกรรม"


5.ธรรมนิยาม คือกฎของการเปลี่ยนแปลงของทุกสรรพสิ่งรวมทั้งโลกด้วย คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อันเป็นกฎธรรมชาตินั่นเอง


หากว่ากันตามหลักนิยามห้าแล้ว เรื่องกฎแห่งกรรมก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกฎธรรมชาตินั่นเอง ดังนั้นกฎแห่งกรรมจึงมิใช่คำตอบของปรากฏการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโลกนี้ได้

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1266398951&grpid=no&catid=02

สังคมไทยเสีย "ค่าโง่" ด้วยวิธีการโง่ๆ ของระบบราชการที่ชอบทำอะไรโง่ๆ อีกครั้ง



วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 09:33:49 น. มติชนออนไลน์

ค่าโง่..ซ้ำซาก..!


ในที่สุดเครื่อง "จีที 200" ที่ตรวจหาวัตถุระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ถูก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี สั่งระงับ เพราะผลการตรวจสอบพบว่า ไม่มีประสิทธิภาพตามคำอวดอ้าง และเป็น "เครื่องมือลวงโลก" เหมือนที่หลายประเทศออกมาประณาม

ช่วงปี 2551-2552 จีที 200 ถูกสั่งซื้อรวม 541 เครื่อง เพื่อใช้ในภารกิจของหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) ของกองทัพบก และ ฉก.ทุกอำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมทั้งกองทัพภาคที่ 1-3 ถือเป็นการซื้อล็อตใหญ่ที่สุดของ ทบ. และทุกหน่วยราชการในประเทศไทย

มูลค่าราว 800 ล้านบาท

เมื่อผลพิสูจน์ออกมาเป็นแบบนี้ เท่ากับว่า สังคมไทยเสีย "ค่าโง่" ด้วยวิธีการโง่ๆ ของระบบราชการที่ชอบทำอะไรโง่ๆ อีกครั้ง

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะหากย้อนกลับไปจะพบว่า มี "ค่าโง่" ที่สังคมไทยต้องสูญเสียไปแล้วหลายครั้ง

1.ค่าโง่เรื่องบ่อบำบัดน้ำเสียที่คลองด่าน ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ ของกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท มีการโก่งราคาที่ดินเกินความเป็นจริงหลายเท่า และรัฐเข้าไปซื้อ (ข้าราชการ นักธุรกิจ การเมือง ร่วมกันฮั้ว) ตั้งแต่ปี 2536 คดีนี้ทำให้ "วัฒนา อัศวเหม" อดีต รมช.มหาดไทย กลายเป็นคนสาบสูญ หลังศาลสั่งจำคุก 10 ปี

2.ค่าโง่ทางด่วน บางนา ชลบุรี เรื่องเกิดปี 2539 เพราะความผิดพลาดของนักการเมืองและข้าราชการบางกลุ่ม ดีที่ศาลฎีกาช่วยให้คนไทยไม่ต้องสูญเสียเงินภาษีอากร 6,700 ล้านบาทให้เอกชน โดยถือเป็นคดีที่ข้าราชการบางกลุ่มและนักการเมืองไปกระทำมิชอบ ซึ่งรัฐไม่ต้องแบกรับความเสียหายที่เกิดขึ้น

3.ค่าโง่โครงการรถดับเพลิงและเรือดับเพลิงของ กทม. เรื่องเกิดปี 2547 รัฐทยอยอนุมัติให้จ่ายเงินถึง 6,687 ล้านบาท แก่บริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์ซอย แห่งออสเตรีย และยังต้องเสียค่าภาษีนำเข้าอีก 1,200 ล้านบาท ซึ่งตัวถังรถบางรุ่นทำจากไทย เช่นเดียวกับเรือดับเพลิงก็สั่งต่อในไทย หากซื้อในไทยจะราคาถูกกว่ามาก แต่ผู้รับผิดชอบโครงการเขียนสัญญาและเห็นชอบให้บริษัทผลิต โดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่จะเกิดกับรัฐ

4.ค่าโง่กรณีเรือขุดเอลลิคอตต์ มูลค่า 49.40 ล้านเหรียญสหรัฐ (2,000 ล้านบาทไทย) เป็นค่าโง่ที่เสียในปี 2543 ที่กรมเจ้าท่าจ่ายเงินให้บริษัท เอลลิคอตต์ แมชชีน คอร์ปอเรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล ของอเมริกาไปแล้ว 85% ราว 1,700 ล้านบาท แต่บริษัทดังกล่าวไม่ส่งเรือขุดมาให้แม้แต่ลำเดียว สิ่งที่ไทยได้รับขณะนี้คือ ท่อทุ่น กลายเป็นซากเหล็กกองมหึมา และเรือพี่เลี้ยงที่สนิมเขรอะไม่ได้ใช้งานเพราะเรือขุดไม่มา

5.ค่าโง่โครงการสร้างเตาปฏิกรณ์ปรมาณู องครักษ์ จ.นครนายก ในปี 2540 สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติจ่ายเงิน 1,800 ล้านบาท ให้บริษัทต่างชาติศึกษาออกแบบและซื้อแร่ยูเรเนียม และเตรียมสร้างอาคารพลังงานนิวเคลียร์ แต่องค์กรนิวเคลียร์ระหว่างประเทศไม่อนุมัติแบบและโครงการ บริษัทต่างชาติต่อรองขอเพิ่มวงเงินจาก 4,000 ล้านบาท เป็น 6,000 ล้านบาท แต่สำนักงานปรมาณูฯไม่ยอมและยกเลิกสัญญา พร้อมเรียกค่าเสียหายจากบริษัท 9,000 ล้านบาท สุดท้ายแพ้คดี สูญเสียเงิน 1,800 ล้านบาท

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1266460450&grpid=&catid=02

บีบีซีแฉรบ.อังกฤษหลอกขาย"จีที 200"ให้ไทย-ชาติอื่น ๆ ทั้งที่ห้ามใช้ในอิรัก-อัฟกัน



วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 17:30:27 น. มติชนออนไลน์

บีบีซีแฉรบ.อังกฤษหลอกขาย"จีที 200"ให้ไทย-ชาติอื่น ๆ ทั้งที่ห้ามใช้ในอิรัก-อัฟกัน

เผย"บีบีซี"แคลงใจ รบ.อังกฤษไม่แทรกแซงระงับ"จีที 200"แต่กลับขายให้ประเทศอื่น -เผยแบนห้ามขายให้รัฐบาลอิรัก อัฟกานิสถาน เพราะเกรงเป็นอันตรายต่อทหารอังกฤษและพันธมิตร เพราะพิษไร้น้ำยา เผยถึงขั้นจับกุมผู้จำหน่ายในประเทศ

สถานีโทรทัศน์"บีบีซี"ของอังกฤษ ได้นำเสนอรายการตั้งคำถามเกี่ยวกับกรณีเครื่องมือตรวจสอบอุปกรณ์ระเบิดอื้อฉาว"GT200"ว่า เพราะเหตุใด รัฐบาลอังกฤษจึงไม่แทรกแซงเพื่อยุติการส่งออกอุปกรณ์ดังกล่าว แต่กลับส่งออกขายให้หลายประเทศ เช่น ไทย ปากีสถาน จีน เม็กซิโก เคนยา และอีกหลายประเทศ โดยรายการดังกล่าวซึ่งถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2010 ในชื่อรายการว่า"ตรวจสอบไม้วิเศษเครื่องตรวจสอบ(Magic wand detectors")ซึ่งได้พิสูจน์ว่า อุปกรณ์ดังกล่าวไม่มีความสามารถที่จะตรวจจับระเบิด

แต่ที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษได้แบนการส่งออกอุปกรณ์ GT200 ให้แก่อิรัก พร้อมทั้งออกคำเตือนต่อรัฐบาลนานาชาติว่า อุปกรณ์นี้ใช้ไม่ได้ผล โดยที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ว่า ทางการอังกฤษได้ล่วงรู้มาเป็นนับสิบปีแล้วว่า อุปกรณ์ GT200 ใช้ไม่ผลในการตรวจสอบวัตถุระเบิด ขณะที่กระทรวงต่างประเทศอังกฤษก็ได้รู้ล่วงเรื่องมานี้นับปี

รายงานของบีบีซีระบุว่า เมื่อเดือนม.ค.ปี 2000 นายแกรี่ โบลตัน ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ตรวจสอบวัตถุระเบิด GT200 ได้พยายามขายอุปกรณ์ดังกล่าวในรุ่นแรก ๆ ที่ชื่อว่า"The Mole"หรือตัวตุ่น ให้แก่หน่วยงานศุลกากรอังกฤษ พร้อมทั้งนำไปสาธิตยังสนามบินฮีทโธทว์ว่า มันสามารถใช้ตรวจสอบยาเสพติดได้ แต่ผลปรากฎว่าล้มเหลว และก็ไม่มีการพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์กันด้วย

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ดังกล่าวยังถูกทดสอบในห้องทดลองแห่งชาติซานเดียของสหรัฐ ซึ่งพบว่า มันไม่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบวัตถุระเบิดด้วย

ขณะที่การตรวจสอบในด้านวิทยาศาสตร์ระบุว่า ประสิทธิภาพของมันไม่ต่างอะไรไปจากการเดาสุ่ม

รายงานระบุว่า เมื่อเดือนม.ค.ปี 2009 นายเจมส์ อาร์บุทน็อต ประธานเลือกสรรด้านกลาโหมของอังกฤษ ได้แสดงความวิตกเกี่ยวกับการจำหน่ายอุปกรณ์ GT200 กับนายเควิน เดวี่ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ก่อนที่ในช่วงปลายเดือนธ.ค.ปี 2009 ตำรวจเมืองอาวอน และโซเมอร์เซ็ท ได้ยุติการจำหน่ายอุปกรณ์ตรวจสอบระเบิด ADE651 พร้อมทั้งได้จับกุมหัวหน้าบริษัทผู้จำหน่ายอุปกรณ์ดังกล่าวด้ว

ขณะที่บีบีซีพบว่า รัฐบาลอังกฤษเพิ่งจะบังคับห้ามการส่งออกอาวุธดังกล่าวให้แก่รัฐบาลอิรักและอัฟกานิสถาน เนื่องจากเป็นห่วงสวัสดิภาพของทหารอังกฤษและทหารพันธมิตร

ขณะที่เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษได้ติดต่อประเทศอื่น ๆ เตือนว่า รัฐบาลอังกฤษวิตกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของอุปกรณ์ตรวจสอบวัตถุระเบิด ADE651 และ GT200

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1266489221&grpid=01&catid=