mrsavebook — February 04, 2009 — ประวัติการสูญเสียแผ่นดินไทย

ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)

วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

I CAN'T SAY GOODBYE TO YOU - HELEN REDDY

allene4ever December 12, 2009
I can' t tell you goodbye
Category:
Music
Tags:
Arlene
OneTrueMedia

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Opening Ceremony: 22 July 2010 at 5 pm Bangkok Art and Culture Centre (ชั้น 8)

นิทรรศการ ภูมินิทัศน์ วัฒนธรรม


ระยะเวลาจัดแสดง : 15 กรกฎาคม - 22 สิงหาคม 2553

สถานที่ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (ชั้น 8)

ผู้จัด : กระทรวงวัฒนธรรม สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์



พิธีเปิด : วันที่ 22 กรกฎาคม 2553 เวลา 17:00 น.

สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม จัดทำ โครงการประกวดภาพถ่ายศิลปวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ “ภูมินิทัศน์ วัฒนธรรม” เพื่อนำเสนอกระบวนการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับทุนทางวัฒนธรรมและเพื่อกระตุ้นการสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายศิลปวัฒนธรรมและที่เป็นประโยชน์ในสาขาวิชาชีพการถ่ายภาพและกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ผลงานที่นำเสนอจำนวนกว่า 200 ภาพเป็นภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ และภาพถ่ายที่เข้ารอบจากภูมิภาคต่างๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ผลงานแต่ละภาพนำเสนอภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต สังคม และวัฒนธรรมที่หลากหลายตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย

Landscape_invitecard02.JPG


ค้ำโพธิ์ศ._.JPG

Cultural Landscape

Viewing Period: 15 July - 22 August 2010

Place : Bangkok Art and Culture Centre (ชั้น 8)

Organizer : Ministry of Culture and Royal Photography Society of Thailand



Opening Ceremony: 22 July 2010 at 5 pm

Minister of Culture has organized Cultural Landscape, a photo competition acknowledging policy in creative economy coincide with cultural activity that hopes to be beneficial to Thai photographic society and other industries involved. The exhibition presents over 200 photographs, from the winners of the competition to selected works of participants. The competition is divided and organized from four regions of Thailand; North, Northeast, Central, and South. Each photograph reflects cultural landscape encompassing way of life, social, and culture, in all represent an image of diversity forming all around the country.

ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm
http://www.isriya.com/node/2809
/wordcamp-bangkok-2009-pool-party
C:\Documents and Settings\user\My Documents\ไฟล์ที่ได้รับของฉัน\issarachon1101.wma
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hiansoon

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Sudafrica - Maradona preso a pallonate in allenamento

เผย 10 พฤติกรรมสุดห้าว "มาราโดน่า" ระหว่างศึก"เวิลด์ คัพ 2010"

ศึกฟุตบอลโลก 2010 มาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเรียบร้อย หนึ่งในทีมเต็งแชมป์ย่อมต้องเป็นอาร์เจนตินาของเสือเตี้ย มาราโดน่า แน่นอน ที่ผ่านมาทีมฟ้าขาวทำผลงานได้อย่างเปรี้ยงปร้าง ตรงกันข้ามกับเสียงวิจารณ์บทบาทของเสือเตี้ยที่เงียบเป็นเป่าสาก ต้องยอมรับฝีไม้ลายมือของมาราโดน่าว่าไม่ใช่ธรรมดา เว็บไซต์โกลด์ จึงประมวลลูกบ้าของมาราโดน่ามาให้แฟนบอลได้ชมกัน


10) ความฝันอันลี้ลับของมาราโดน่า


แฟนบอลต่างด่ากันให้แซ่ดว่าทำไมเสือเตี้ยไม่เอา ฮาเวียร์ ซาเน็ตตินักเตะตำนานสารพัดประโยชน์ของทีมอินเตอร์ มิลานไปร่วมทีม ระยะหลังมานี้คนเริ่มรู้เหตุผลจากข่าวลือที่ลอยมาเข้าหูว่า มาราโดน่าหลับฝันว่าทีมฟ้าขาวของเขาคว้าแชมป์โลกมาได้และมีอาเรียล การ์เซ่ นักเตะที่น้อยคนนักจะเคยได้ยินชื่อ เป็นส่วนหนึ่งในทีม ซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่มาราโดน่าตื่นมาแล้วจำได้เลยจัดการหนีบเขาไปเพื่อ ฝันที่เป็นจริง


9) "ผมบอกคุณแล้วไงเรื่องมิลิโต้"


หลังจากที่เสือเตี้ยไม่ยอมเอา เอสเตบัน คัมบิอัสโซ่ กองกลางหัวใสและซาเน็ตติ ตำนานแข้งอาร์เจนไตน์ร่วมทีมด้วย ก็มีข่าวตามมาอีกว่าเสือเตี้ยจะไม่เลือก ดีเอโก้ มิลิโต้ ศูนย์หน้าฟอร์มเปรี้ยงจากอินเตอร์ มิลานใส่ชื่อใน 23 คนสุดท้ายในทีม


หลังจากที่มิลิโต้โชว์ผลงานได้ดีในการเล่นให้สโมสร สุดท้าย มาราโดนาออกมาให้สัมภาษณ์ว่า "มิลิโต้ทำให้ผมเห็นแล้วว่าผมคิดถูกที่จะเอาเขาไปด้วย ผมไม่แปลกใจเลยในสิ่งที่เขาสามารถทำได้"


8) มาราโดนาขับรถชนช่างกล้อง


มาราโดนามีเรื่องมากมายให้ต้องปวดหัวในวันที่จะประกาศรายชื่อผู้เล่น 23 คนสุดท้ายไปลุยฟุตบอลโลก แต่การแถลงในวันนั้นก็มีเรื่องให้ปวดหัวจริงๆเกิดขึ้นจนได้


เสือเตี้ยขับรถมินิเข้ามายังที่แถลงข่าวซึ่งเต็มไปด้วยนักข่าว ระหว่างการขับไปที่ลานจอดเกิดชนชายคนหนึ่งเข้า ซึ่งมีรายงานภายหลังว่ามาราโดนาขับรถทับเท้าช่างภาพเข้าจากนั้นก็เริ่มบ่น และสวดช่างภาพยับแบบไม่ต้องรีดไปเป็นเดือน


พยานในที่เกิดเหตุได้ยินมาราโดนาพูดว่า"ทำไมคุณนี่ตูดหมึกอย่างนี้ เอาขาเข้ามาให้ผมขับทับได้ยังไงเนี่ย"


7) มาราโดนาสนับสนุนให้นักเตะมีเซ็กส์


ผู้จัดการทีมคนนี้ยอมให้ลูกทีมของเขามีเซ็กส์ได้เหมือนครูใจดีอนุญาต ให้นักเรียนกินขนม รับโทรศัพท์ในห้องเรียนได้ และไม่ต้องแต่งชุดนักเรียนไปเรียน


ทีมแพทย์กล่าวว่า เซ็กส์เป็นเรื่องปกติในชีวิตและไม่ใช่ปัญหา แต่มันจะเป็นปัญหาตรงที่คุณทำร่วมกับคนที่ไม่เหมาะสมหรือจัดการสะแด่วแห้วใน ตอนเช้า 2 ครั้ง และซัดแชมเปญตาม

6)เปลือยกายกลางกรุงบัวโนสไอเรส


ทีมฟ้าขาวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทัวร์นาเม้นต์นี้และมีโอกาสคว้า แชมป์สูงพอๆกับทีมเต็งทีมอื่นๆ มาราโดนาเลยเกิดคึกประกาศว่า "หากทีมฟ้าขาวคว้าแชมป์ได้ผมจะวิ่งแก้ผ้าไปรอบๆใจกลางเมืองให้ดู"


5) "ทุกคนรู้ดีว่าคนฝรั่งเศสเป็นคนอย่างไร"


ในช่วงต้นๆของทัวร์นาเม้นต์เวิลด์ คัพ 2010 มาราโดน่าจัดการกวนมิเชล พลาตินี่ ประธานยูฟ่าระหว่างการแถลงข่าวว่าให้ลองเล่นลูกบอลจาบูลานี่ดูว่าเป็นยังไง บ้าง ซึ่งเสือเตี้ยเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ไม่ถูกใจบอลลูกนี้ด้วย


"พลาตินี่หนะหรือ? สวัสดีและลาก่อน! เราทุกคนต่างรู้ว่าคนฝรั่งเศสเป็นคนแบบไหน และพลาตินี่ก็เป็นคนฝรั่งเศส แต่ผมเชื่อว่าเขายังดีกว่าคนอื่นๆนะ"


4) "พวกทีมที่แพ้... มาตั้งแถวซะดีๆ"


ระหว่างการฝึกซ้อมที่แคมป์ มาราโดน่าจัดการลงโทษทีมที่ซ้อมแพ้ให้ตั้งแถวหน้าประตู และให้ทีมที่ชนะเตะบอลอัดเข้าไปอย่างไม่ยั้ง แต่ยังดีที่มาราโดนาแสดงสปิริตเข้าไปยืนเป็นเพื่อน กุน อเกวโร่ แข้งลูกเขยสุดที่รักด้วย

3) มาราโดนาชอบผู้หญิงต่างหาก!


หลังจากที่ทีมฟ้าขาวถล่มเอาชนะเกาหลีใต้ไป นักข่างถามเสือเตี้ยในงานแถลงข่าวหลังเกมว่าทำไมต้องกอดจูบนักเตะทุกคนหลังจากการฉลองด้วย


เสือเตี้ยช่างตอบตรงประเด็นนัก "ผมชอบผู้หญิงต่างหาก ตอนนี้กำลังสวีทกับเวโรนิก้า สาวผมทอง แต่ผมมักจะเข้าไปแสดงความดีใจกับลูกทีมเวลาที่พวกเขาทำผลงานได้ดี"


2) "เปเล่น่าจะกลับไปอยู่พิพิธภัณฑ์ซะ "


เป็นที่คาดเดาได้ว่าจะต้องมีสงครามน้ำลายระหว่างคู่ปรับตลอดกาล "เปเล่-มาราโดนา"เกิดขึ้นแน่ๆระหว่างการแข่งฟุตบอลโลก


หลังเปเล่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเสือเตี้ยรับคุมทีมอาร์เจนตินาเพราะเขาต้องการเงินเท่านั้น มาราโดนาโต้กลับทันทีว่า "พวกอัปมงคลน่าจะกลับไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ซะ"


1) สุดยอดจอมสังหารฟรีคิก


ลูกฟุตบอลจาบูลานี่ที่นำมาใช้ในทัวร์นาเม้นต์นี้เป็นปัญหาของแข้งดาวดังมากมาย การยิงไกลและฟรีคิกต่างไม่เป็นตามใจเลย แต่มีเพียงคนเดียวที่ไม่มีปัญหากับการควบคุมลูกบอลพยศลูกนี้เลย เขาคือเสือเตี้ยคนนี้นี่เอง มาราโดนาจัดการยิงฟรีคิกเสียบมุมโชว์ระหว่างการซ้อม แสดงให้เห็นว่าเสือเตี้ยในวัย 49 ปีคนนี้ยังมีเขี้ยวเล็บอยู่


Sudafrica - Maradona preso a pallonate in allenamento

เผย 10 พฤติกรรมสุดห้าว "มาราโดน่า" ระหว่างศึก"เวิลด์ คัพ 2010"

ศึกฟุตบอลโลก 2010 มาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเรียบร้อย หนึ่งในทีมเต็งแชมป์ย่อมต้องเป็นอาร์เจนตินาของเสือเตี้ย มาราโดน่า แน่นอน ที่ผ่านมาทีมฟ้าขาวทำผลงานได้อย่างเปรี้ยงปร้าง ตรงกันข้ามกับเสียงวิจารณ์บทบาทของเสือเตี้ยที่เงียบเป็นเป่าสาก ต้องยอมรับฝีไม้ลายมือของมาราโดน่าว่าไม่ใช่ธรรมดา เว็บไซต์โกลด์ จึงประมวลลูกบ้าของมาราโดน่ามาให้แฟนบอลได้ชมกัน


10) ความฝันอันลี้ลับของมาราโดน่า


แฟนบอลต่างด่ากันให้แซ่ดว่าทำไมเสือเตี้ยไม่เอา ฮาเวียร์ ซาเน็ตตินักเตะตำนานสารพัดประโยชน์ของทีมอินเตอร์ มิลานไปร่วมทีม ระยะหลังมานี้คนเริ่มรู้เหตุผลจากข่าวลือที่ลอยมาเข้าหูว่า มาราโดน่าหลับฝันว่าทีมฟ้าขาวของเขาคว้าแชมป์โลกมาได้และมีอาเรียล การ์เซ่ นักเตะที่น้อยคนนักจะเคยได้ยินชื่อ เป็นส่วนหนึ่งในทีม ซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่มาราโดน่าตื่นมาแล้วจำได้เลยจัดการหนีบเขาไปเพื่อ ฝันที่เป็นจริง


9) "ผมบอกคุณแล้วไงเรื่องมิลิโต้"


หลังจากที่เสือเตี้ยไม่ยอมเอา เอสเตบัน คัมบิอัสโซ่ กองกลางหัวใสและซาเน็ตติ ตำนานแข้งอาร์เจนไตน์ร่วมทีมด้วย ก็มีข่าวตามมาอีกว่าเสือเตี้ยจะไม่เลือก ดีเอโก้ มิลิโต้ ศูนย์หน้าฟอร์มเปรี้ยงจากอินเตอร์ มิลานใส่ชื่อใน 23 คนสุดท้ายในทีม


หลังจากที่มิลิโต้โชว์ผลงานได้ดีในการเล่นให้สโมสร สุดท้าย มาราโดนาออกมาให้สัมภาษณ์ว่า "มิลิโต้ทำให้ผมเห็นแล้วว่าผมคิดถูกที่จะเอาเขาไปด้วย ผมไม่แปลกใจเลยในสิ่งที่เขาสามารถทำได้"


8) มาราโดนาขับรถชนช่างกล้อง


มาราโดนามีเรื่องมากมายให้ต้องปวดหัวในวันที่จะประกาศรายชื่อผู้เล่น 23 คนสุดท้ายไปลุยฟุตบอลโลก แต่การแถลงในวันนั้นก็มีเรื่องให้ปวดหัวจริงๆเกิดขึ้นจนได้


เสือเตี้ยขับรถมินิเข้ามายังที่แถลงข่าวซึ่งเต็มไปด้วยนักข่าว ระหว่างการขับไปที่ลานจอดเกิดชนชายคนหนึ่งเข้า ซึ่งมีรายงานภายหลังว่ามาราโดนาขับรถทับเท้าช่างภาพเข้าจากนั้นก็เริ่มบ่น และสวดช่างภาพยับแบบไม่ต้องรีดไปเป็นเดือน


พยานในที่เกิดเหตุได้ยินมาราโดนาพูดว่า"ทำไมคุณนี่ตูดหมึกอย่างนี้ เอาขาเข้ามาให้ผมขับทับได้ยังไงเนี่ย"


7) มาราโดนาสนับสนุนให้นักเตะมีเซ็กส์


ผู้จัดการทีมคนนี้ยอมให้ลูกทีมของเขามีเซ็กส์ได้เหมือนครูใจดีอนุญาต ให้นักเรียนกินขนม รับโทรศัพท์ในห้องเรียนได้ และไม่ต้องแต่งชุดนักเรียนไปเรียน


ทีมแพทย์กล่าวว่า เซ็กส์เป็นเรื่องปกติในชีวิตและไม่ใช่ปัญหา แต่มันจะเป็นปัญหาตรงที่คุณทำร่วมกับคนที่ไม่เหมาะสมหรือจัดการสะแด่วแห้วใน ตอนเช้า 2 ครั้ง และซัดแชมเปญตาม

6)เปลือยกายกลางกรุงบัวโนสไอเรส


ทีมฟ้าขาวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทัวร์นาเม้นต์นี้และมีโอกาสคว้า แชมป์สูงพอๆกับทีมเต็งทีมอื่นๆ มาราโดนาเลยเกิดคึกประกาศว่า "หากทีมฟ้าขาวคว้าแชมป์ได้ผมจะวิ่งแก้ผ้าไปรอบๆใจกลางเมืองให้ดู"


5) "ทุกคนรู้ดีว่าคนฝรั่งเศสเป็นคนอย่างไร"


ในช่วงต้นๆของทัวร์นาเม้นต์เวิลด์ คัพ 2010 มาราโดน่าจัดการกวนมิเชล พลาตินี่ ประธานยูฟ่าระหว่างการแถลงข่าวว่าให้ลองเล่นลูกบอลจาบูลานี่ดูว่าเป็นยังไง บ้าง ซึ่งเสือเตี้ยเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ไม่ถูกใจบอลลูกนี้ด้วย


"พลาตินี่หนะหรือ? สวัสดีและลาก่อน! เราทุกคนต่างรู้ว่าคนฝรั่งเศสเป็นคนแบบไหน และพลาตินี่ก็เป็นคนฝรั่งเศส แต่ผมเชื่อว่าเขายังดีกว่าคนอื่นๆนะ"


4) "พวกทีมที่แพ้... มาตั้งแถวซะดีๆ"


ระหว่างการฝึกซ้อมที่แคมป์ มาราโดน่าจัดการลงโทษทีมที่ซ้อมแพ้ให้ตั้งแถวหน้าประตู และให้ทีมที่ชนะเตะบอลอัดเข้าไปอย่างไม่ยั้ง แต่ยังดีที่มาราโดนาแสดงสปิริตเข้าไปยืนเป็นเพื่อน กุน อเกวโร่ แข้งลูกเขยสุดที่รักด้วย

3) มาราโดนาชอบผู้หญิงต่างหาก!


หลังจากที่ทีมฟ้าขาวถล่มเอาชนะเกาหลีใต้ไป นักข่างถามเสือเตี้ยในงานแถลงข่าวหลังเกมว่าทำไมต้องกอดจูบนักเตะทุกคนหลังจากการฉลองด้วย


เสือเตี้ยช่างตอบตรงประเด็นนัก "ผมชอบผู้หญิงต่างหาก ตอนนี้กำลังสวีทกับเวโรนิก้า สาวผมทอง แต่ผมมักจะเข้าไปแสดงความดีใจกับลูกทีมเวลาที่พวกเขาทำผลงานได้ดี"


2) "เปเล่น่าจะกลับไปอยู่พิพิธภัณฑ์ซะ "


เป็นที่คาดเดาได้ว่าจะต้องมีสงครามน้ำลายระหว่างคู่ปรับตลอดกาล "เปเล่-มาราโดนา"เกิดขึ้นแน่ๆระหว่างการแข่งฟุตบอลโลก


หลังเปเล่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเสือเตี้ยรับคุมทีมอาร์เจนตินาเพราะเขาต้องการเงินเท่านั้น มาราโดนาโต้กลับทันทีว่า "พวกอัปมงคลน่าจะกลับไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ซะ"


1) สุดยอดจอมสังหารฟรีคิก


ลูกฟุตบอลจาบูลานี่ที่นำมาใช้ในทัวร์นาเม้นต์นี้เป็นปัญหาของแข้งดาวดังมากมาย การยิงไกลและฟรีคิกต่างไม่เป็นตามใจเลย แต่มีเพียงคนเดียวที่ไม่มีปัญหากับการควบคุมลูกบอลพยศลูกนี้เลย เขาคือเสือเตี้ยคนนี้นี่เอง มาราโดนาจัดการยิงฟรีคิกเสียบมุมโชว์ระหว่างการซ้อม แสดงให้เห็นว่าเสือเตี้ยในวัย 49 ปีคนนี้ยังมีเขี้ยวเล็บอยู่


Maradona humilha goleiros em treino da Argentina - copa 2010.flv

1) สุดยอดจอมสังหารฟรีคิก


ลูกฟุตบอลจาบูลานี่ที่นำมาใช้ในทัวร์นาเม้นต์นี้เป็นปัญหาของแข้งดาว ดังมากมาย การยิงไกลและฟรีคิกต่างไม่เป็นตามใจเลย แต่มีเพียงคนเดียวที่ไม่มีปัญหากับการควบคุมลูกบอลพยศลูกนี้เลย เขาคือเสือเตี้ยคนนี้นี่เอง มาราโดนาจัดการยิงฟรีคิกเสียบมุมโชว์ระหว่างการซ้อม แสดงให้เห็นว่าเสือเตี้ยในวัย 49 ปีคนนี้ยังมีเขี้ยวเล็บอยู่

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

กรรมหมู่กับนิยามห้า


โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 21:30:42 น. มติชนออนไลน์

กรรมหมู่กับนิยามห้า

โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้มีการบรรยายในที่ประชุมสำนักธรรมศาสตร์และการเมืองราชบัณฑิตยสถาน เรื่องกรรมหมู่ : พฤติกรรมสำคัญในการสร้างและทำลายสังคม โดย ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ซึ่งสรุปว่า


กรรมหมู่คือพฤติกรรมดีหรือพฤติกรรมชั่วที่คนร่วมกันทำเป็นหมู่ อาจมีผู้ร่วมทำมากบ้างน้อยบ้าง โดยให้ผลไม่ใช่เฉพาะแก่ผู้ทำเอง แต่ยังให้ผลถึงสังคมด้วย


ซึ่งผู้บรรยายได้ยกตัวอย่าง การเลือกตั้งว่าเป็นกรรมหมู่ใกล้ตัวที่มีทั้งสร้างแลทำลายสังคม ซึ่งการเลือกตั้งเป็นกรรมหมู่ที่สำคัญระหว่างฝ่ายนักการเมืองผู้ต้องการคะแนน กับฝ่ายประชาชนผู้ให้คะแนน


แต่เป็นที่น่าเสียดายที่การเลือกตั้งไม่ว่าที่ไหนในโลกนี้มักจะใช้ "กิเลสนำคุณธรรม" เนื่องจากนักการเมืองที่ไม่ดีมักซื้อเสียง แสวงหาความนิยมด้วยการทำลายคู่แข่งด้วยวจีทุจริต คือการพูดเท็จใส่ร้าย พูดส่อเสียดยุยงให้แตกแยกกัน พูดหยาบคายด่าทอกัน


แต่สำหรับนักการเมืองที่ดีคือนักการเมืองที่หาเสียงโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ซื้อเสียง ไม่แสวงหาความนิยมโดยการทำลายคู่แข่งด้วยการกล่าววจีทุจริต คือ การพูดเท็จใส่ร้าย พูดส่อเสียดยุยงให้แตกแยกกัน พูดคำหยาบคายด่าทอกัน พูดเลื่อนลอยไร้สาระ จะชูนโยบายเป็นสำคัญ ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงผลดีในนโยบายของพรรคตนที่สังคมจะได้รับ


แต่ผู้บรรยายกล่าวว่านักการเมืองที่ดีอย่างที่ว่านี้ยังหาไม่พบ ท่านได้แต่หวังว่าในอนาคตอาจจะเกิดมีการเมืองชนิดใหม่เกิดขึ้น คือ "การเมืองที่ใช้คุณธรรมนำกิเลส"


ผู้เขียนนั่งฟังอยู่ก็เกิดนึกไปถึงคำถามที่ผู้เขียนเองก็สงสัยมานานหลายปีในเรื่องของกรรมหมู่อย่างที่ว่านี้โดยติดใจถึงวิบากกรรม (ผลของกรรม) กรณีคลื่นถล่มฝั่งหรือสึนามิ (Tsunami) ที่เกิดขึ้นจากการที่แผ่นดินใต้ทะเลใกล้กับตอนเหนือของเกาะสุมาตราได้ยุบตัวลง ทำให้เกิดคลื่นมหายักษ์เข้าถล่มฝั่งเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 นั้นสร้างความเสียหายแก่ 15 ประเทศที่ตั้งอยู่ริมฝั่งมหาสมุทรอินเดีย คือ คลื่นจากสึนามินี้เดินทางหลายพันกิโลเมตรไปถึงแอฟริกาตะวันออก โดยที่มี 4 ประเทศไดรับความเสียหายมากที่สุดคือ ประเทศอินโดนีเซีย (ส่วนใหญ่ที่บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา-อาเจะห์) คนตายประมาณ 167,736 คน รองลงมาคือ ประเทศศรีลังกา คนตายประมาณ 21,411 คน อันดับสามคือ ประเทศอินเดีย (ส่วนใหญ่ในบริเวณรัฐทมิฬนาดู) คนตายประมาณ 18,045 คน ส่วนประเทศไทยเป็นอันดับสี่ คนตายประมาณ 8,213 คน


บรรดาคนตายในภาคใต้ของประเทศไทยประมาณ 8,213 คน ปรากฏว่าเป็นคนต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกประมาณครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว


ตรงนี้แหละที่ค้างคาอยู่ในใจมานานว่าคนต่างชาตินับพันคนมาเสียชีวิตพร้อมกับคนไทยอีกนับพันคนนั้นเป็นวิบากกรรม (ผลแห่งกรรม) จากกรรมหมู่หรืออย่างไร?


ผู้เคราะห์ร้ายร่วมหมื่นคนนี้ไปทำกรรมรายพระนามและรายนามผู้ได้รับพระราชทานอะไรไว้ด้วยกันหรือ จึงต้องมาจบชีวิตในประเทศไทย


ผู้เขียนได้สอบถามข้อกังขานี้กับท่านผู้รู้ทางพระพุทธศาสนาหลายท่านและมักได้รับคำตอบคล้ายๆ กันว่าเป็นอจินไตย 4 อันมี พุทธวิสัย ฌานวิสัย กรรมวิสัย และโลกวิสัย ซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถรู้ได้ และถึงรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์แบบว่ารู้ไปก็เท่านั้น ดังนั้นอย่าไปคิดให้เสียสมองเลย เดี๋ยวเป็นบ้าไปเปล่าๆ


ผู้เขียนจึงต้องหันไปหาหนังสือของท่านอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ และหนังสือของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) จนกระทั่งพบเรื่องนิยามห้าซึ่งถือว่าเป็นกฎธรรมชาติซึ่งกฎแห่งกรรมก็เป็นส่วนหนึ่งของกฎธรรมชาตินี้


หลักการสำคัญของนิยาม 5 อ้างอิงตามพจนานุกรมพุทธศาสตร์ของท่าน ป.อ.ปยุตฺโต คือ กฎธรรมชาติที่มีระเบียบแน่นอนของทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ อันได้แก่ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง (ความเป็นของไม่เที่ยง) ทุกขัง (ความเป็นทุกข์) อนัตตา (ความเป็นของไม่ใช่ตัวตน) ซึ่งเป็นข้อที่ 5 ของนิยาม 5 โดยสรุปคือสิ่งต่างๆ ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิตในโลกนี้ย่อมเกิดมีขึ้น แล้วก็เสื่อมลง และในที่สุดก็ต้องเปลี่ยนรูปลักษณะแตกสลายไป ไม่มีอะไรถาวรคงทน ความไม่ถาวรนั้นแหละคือกฎของธรรมชาติ


ส่วนสิ่งที่กำหนดการเปลี่ยนแปลงนั้นมีอยู่ 5 อย่างคือ


1.อุตุนิยาม คือการเปลี่ยนแปลงของวัตถุ (สสาร) ที่ไม่มีชีวิต อันได้แก่ ของแข็ง ของเหลว และก๊าซ ซึ่งก็เปลี่ยนแปลงเป็นนิจอันเป็นอุณหภูมิหรือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ เช่น ฤดูกาล สึนามิ ภูเขาไฟระเบิด พายุดีเปรสชั่น เป็นต้น


2.พีชนิยาม คือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่มีชีวิต อันได้แก่ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย การสืบพันธุ์ มีพันธุกรรม เป็นต้น


3.จิตตนิยาม คือการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการทำงานของจิตที่มีเกิด ดับ อยู่ตลอดเวลา


4.กรรมนิยาม คือการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการกระทำของมนุษย์ คือกระบวนการให้ผลของการกระทำ ที่ชาวบ้านมักอ้างถึงในรูปของ "กฎแห่งกรรม"


5.ธรรมนิยาม คือกฎของการเปลี่ยนแปลงของทุกสรรพสิ่งรวมทั้งโลกด้วย คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อันเป็นกฎธรรมชาตินั่นเอง


หากว่ากันตามหลักนิยามห้าแล้ว เรื่องกฎแห่งกรรมก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกฎธรรมชาตินั่นเอง ดังนั้นกฎแห่งกรรมจึงมิใช่คำตอบของปรากฏการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโลกนี้ได้

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1266398951&grpid=no&catid=02

สังคมไทยเสีย "ค่าโง่" ด้วยวิธีการโง่ๆ ของระบบราชการที่ชอบทำอะไรโง่ๆ อีกครั้ง



วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 09:33:49 น. มติชนออนไลน์

ค่าโง่..ซ้ำซาก..!


ในที่สุดเครื่อง "จีที 200" ที่ตรวจหาวัตถุระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ถูก "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี สั่งระงับ เพราะผลการตรวจสอบพบว่า ไม่มีประสิทธิภาพตามคำอวดอ้าง และเป็น "เครื่องมือลวงโลก" เหมือนที่หลายประเทศออกมาประณาม

ช่วงปี 2551-2552 จีที 200 ถูกสั่งซื้อรวม 541 เครื่อง เพื่อใช้ในภารกิจของหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) ของกองทัพบก และ ฉก.ทุกอำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมทั้งกองทัพภาคที่ 1-3 ถือเป็นการซื้อล็อตใหญ่ที่สุดของ ทบ. และทุกหน่วยราชการในประเทศไทย

มูลค่าราว 800 ล้านบาท

เมื่อผลพิสูจน์ออกมาเป็นแบบนี้ เท่ากับว่า สังคมไทยเสีย "ค่าโง่" ด้วยวิธีการโง่ๆ ของระบบราชการที่ชอบทำอะไรโง่ๆ อีกครั้ง

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะหากย้อนกลับไปจะพบว่า มี "ค่าโง่" ที่สังคมไทยต้องสูญเสียไปแล้วหลายครั้ง

1.ค่าโง่เรื่องบ่อบำบัดน้ำเสียที่คลองด่าน ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ ของกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท มีการโก่งราคาที่ดินเกินความเป็นจริงหลายเท่า และรัฐเข้าไปซื้อ (ข้าราชการ นักธุรกิจ การเมือง ร่วมกันฮั้ว) ตั้งแต่ปี 2536 คดีนี้ทำให้ "วัฒนา อัศวเหม" อดีต รมช.มหาดไทย กลายเป็นคนสาบสูญ หลังศาลสั่งจำคุก 10 ปี

2.ค่าโง่ทางด่วน บางนา ชลบุรี เรื่องเกิดปี 2539 เพราะความผิดพลาดของนักการเมืองและข้าราชการบางกลุ่ม ดีที่ศาลฎีกาช่วยให้คนไทยไม่ต้องสูญเสียเงินภาษีอากร 6,700 ล้านบาทให้เอกชน โดยถือเป็นคดีที่ข้าราชการบางกลุ่มและนักการเมืองไปกระทำมิชอบ ซึ่งรัฐไม่ต้องแบกรับความเสียหายที่เกิดขึ้น

3.ค่าโง่โครงการรถดับเพลิงและเรือดับเพลิงของ กทม. เรื่องเกิดปี 2547 รัฐทยอยอนุมัติให้จ่ายเงินถึง 6,687 ล้านบาท แก่บริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์ซอย แห่งออสเตรีย และยังต้องเสียค่าภาษีนำเข้าอีก 1,200 ล้านบาท ซึ่งตัวถังรถบางรุ่นทำจากไทย เช่นเดียวกับเรือดับเพลิงก็สั่งต่อในไทย หากซื้อในไทยจะราคาถูกกว่ามาก แต่ผู้รับผิดชอบโครงการเขียนสัญญาและเห็นชอบให้บริษัทผลิต โดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่จะเกิดกับรัฐ

4.ค่าโง่กรณีเรือขุดเอลลิคอตต์ มูลค่า 49.40 ล้านเหรียญสหรัฐ (2,000 ล้านบาทไทย) เป็นค่าโง่ที่เสียในปี 2543 ที่กรมเจ้าท่าจ่ายเงินให้บริษัท เอลลิคอตต์ แมชชีน คอร์ปอเรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล ของอเมริกาไปแล้ว 85% ราว 1,700 ล้านบาท แต่บริษัทดังกล่าวไม่ส่งเรือขุดมาให้แม้แต่ลำเดียว สิ่งที่ไทยได้รับขณะนี้คือ ท่อทุ่น กลายเป็นซากเหล็กกองมหึมา และเรือพี่เลี้ยงที่สนิมเขรอะไม่ได้ใช้งานเพราะเรือขุดไม่มา

5.ค่าโง่โครงการสร้างเตาปฏิกรณ์ปรมาณู องครักษ์ จ.นครนายก ในปี 2540 สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติจ่ายเงิน 1,800 ล้านบาท ให้บริษัทต่างชาติศึกษาออกแบบและซื้อแร่ยูเรเนียม และเตรียมสร้างอาคารพลังงานนิวเคลียร์ แต่องค์กรนิวเคลียร์ระหว่างประเทศไม่อนุมัติแบบและโครงการ บริษัทต่างชาติต่อรองขอเพิ่มวงเงินจาก 4,000 ล้านบาท เป็น 6,000 ล้านบาท แต่สำนักงานปรมาณูฯไม่ยอมและยกเลิกสัญญา พร้อมเรียกค่าเสียหายจากบริษัท 9,000 ล้านบาท สุดท้ายแพ้คดี สูญเสียเงิน 1,800 ล้านบาท

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1266460450&grpid=&catid=02

บีบีซีแฉรบ.อังกฤษหลอกขาย"จีที 200"ให้ไทย-ชาติอื่น ๆ ทั้งที่ห้ามใช้ในอิรัก-อัฟกัน



วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 17:30:27 น. มติชนออนไลน์

บีบีซีแฉรบ.อังกฤษหลอกขาย"จีที 200"ให้ไทย-ชาติอื่น ๆ ทั้งที่ห้ามใช้ในอิรัก-อัฟกัน

เผย"บีบีซี"แคลงใจ รบ.อังกฤษไม่แทรกแซงระงับ"จีที 200"แต่กลับขายให้ประเทศอื่น -เผยแบนห้ามขายให้รัฐบาลอิรัก อัฟกานิสถาน เพราะเกรงเป็นอันตรายต่อทหารอังกฤษและพันธมิตร เพราะพิษไร้น้ำยา เผยถึงขั้นจับกุมผู้จำหน่ายในประเทศ

สถานีโทรทัศน์"บีบีซี"ของอังกฤษ ได้นำเสนอรายการตั้งคำถามเกี่ยวกับกรณีเครื่องมือตรวจสอบอุปกรณ์ระเบิดอื้อฉาว"GT200"ว่า เพราะเหตุใด รัฐบาลอังกฤษจึงไม่แทรกแซงเพื่อยุติการส่งออกอุปกรณ์ดังกล่าว แต่กลับส่งออกขายให้หลายประเทศ เช่น ไทย ปากีสถาน จีน เม็กซิโก เคนยา และอีกหลายประเทศ โดยรายการดังกล่าวซึ่งถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2010 ในชื่อรายการว่า"ตรวจสอบไม้วิเศษเครื่องตรวจสอบ(Magic wand detectors")ซึ่งได้พิสูจน์ว่า อุปกรณ์ดังกล่าวไม่มีความสามารถที่จะตรวจจับระเบิด

แต่ที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษได้แบนการส่งออกอุปกรณ์ GT200 ให้แก่อิรัก พร้อมทั้งออกคำเตือนต่อรัฐบาลนานาชาติว่า อุปกรณ์นี้ใช้ไม่ได้ผล โดยที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ว่า ทางการอังกฤษได้ล่วงรู้มาเป็นนับสิบปีแล้วว่า อุปกรณ์ GT200 ใช้ไม่ผลในการตรวจสอบวัตถุระเบิด ขณะที่กระทรวงต่างประเทศอังกฤษก็ได้รู้ล่วงเรื่องมานี้นับปี

รายงานของบีบีซีระบุว่า เมื่อเดือนม.ค.ปี 2000 นายแกรี่ โบลตัน ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ตรวจสอบวัตถุระเบิด GT200 ได้พยายามขายอุปกรณ์ดังกล่าวในรุ่นแรก ๆ ที่ชื่อว่า"The Mole"หรือตัวตุ่น ให้แก่หน่วยงานศุลกากรอังกฤษ พร้อมทั้งนำไปสาธิตยังสนามบินฮีทโธทว์ว่า มันสามารถใช้ตรวจสอบยาเสพติดได้ แต่ผลปรากฎว่าล้มเหลว และก็ไม่มีการพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์กันด้วย

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ดังกล่าวยังถูกทดสอบในห้องทดลองแห่งชาติซานเดียของสหรัฐ ซึ่งพบว่า มันไม่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบวัตถุระเบิดด้วย

ขณะที่การตรวจสอบในด้านวิทยาศาสตร์ระบุว่า ประสิทธิภาพของมันไม่ต่างอะไรไปจากการเดาสุ่ม

รายงานระบุว่า เมื่อเดือนม.ค.ปี 2009 นายเจมส์ อาร์บุทน็อต ประธานเลือกสรรด้านกลาโหมของอังกฤษ ได้แสดงความวิตกเกี่ยวกับการจำหน่ายอุปกรณ์ GT200 กับนายเควิน เดวี่ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ก่อนที่ในช่วงปลายเดือนธ.ค.ปี 2009 ตำรวจเมืองอาวอน และโซเมอร์เซ็ท ได้ยุติการจำหน่ายอุปกรณ์ตรวจสอบระเบิด ADE651 พร้อมทั้งได้จับกุมหัวหน้าบริษัทผู้จำหน่ายอุปกรณ์ดังกล่าวด้ว

ขณะที่บีบีซีพบว่า รัฐบาลอังกฤษเพิ่งจะบังคับห้ามการส่งออกอาวุธดังกล่าวให้แก่รัฐบาลอิรักและอัฟกานิสถาน เนื่องจากเป็นห่วงสวัสดิภาพของทหารอังกฤษและทหารพันธมิตร

ขณะที่เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษได้ติดต่อประเทศอื่น ๆ เตือนว่า รัฐบาลอังกฤษวิตกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของอุปกรณ์ตรวจสอบวัตถุระเบิด ADE651 และ GT200

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1266489221&grpid=01&catid=

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553

มพศ. เผยยอดคนไร้บ้านใน กทม.ปี 53 มีกว่าพันราย | ประชาไท หนังสือพิมพ์ออนไลน์

มพศ. เผยยอดคนไร้บ้านใน กทม.ปี 53 มีกว่าพันราย | ประชาไท หนังสือพิมพ์ออนไลน์

มพศ. เผยยอดคนไร้บ้านใน กทม.ปี 53 มีกว่าพันราย

มูลนิธิ พัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) เผยผลสำรวจตัวเลขคนไร้บ้านใน กทม.ปี 2553 พบ 1,092 คน สนามหลวงและริมคลองหลอดพบมากสุด 607 คน ชี้จำนวนเพิ่มขึ้นแต่ช่วงอายุน้อยลง เสนอรัฐสร้างศูนย์พักพิงคนไร้บ้านในจุดต่าง ๆ

27 ม.ค. 53 - สำนักข่าวไทย รายงาน ว่าน.ส.นพพรรณ พรหมศรี เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) กล่าวว่า ได้เก็บข้อมูลในช่วงเดือนมกราคม 2553 โดยการลงพื้นที่ตามจุดสำคัญทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 22.00-02-00 น. เพื่อรวบรวมจำนวนคนไร้บ้าน และนำไปวิเคราะห์สาเหตุ พบว่าย่านลานคนเมืองและรอบ ๆ พบคนไร้บ้านจำนวน 8 คน ย่านกษัตริย์ศึก บางรัก และราชเทวี จำนวน 34 คน ย่านหัวลำโพง 42 คน เยาวราช 52 คน สวนลุมพินี 27 คน สนามหลวงและริมคลองหลอดพบจำนวนมากสุดคือ 607 คน ย่านถนนราชดำเนิน 2 ฝั่ง และถนนบางลำพู 23 คน รอบหมอชิต จตุจักร สะพานควาย และพระรามหก 18 คน ย่านสถานีรถไฟสามเสน 17 คน สถานีรถไฟบางซื่อ 17 คน วงเวียนใหญ่ 7 คน สะพานพุทธฝั่งพระนคร 32 คน สะพานพุทธฝั่งธนบุรี 27 คน สถานีรถขนส่งหมอชิต 80 คน รังสิต 18 คน ท่าน้ำนนทบุรี 20 คน ศูนย์คนไร้บ้านหมอชิต 19 คน ศูนย์คนไร้บ้านบางกอกน้อย 33 คน ศูนย์คนไร้บ้านตลิ่งชัน 11 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,092 คน มีอายุตั้งแต่ 1-60 ปี แบ่งเป็นเพศชาย 923 คน เพศหญิง 140 คน เด็ก 29 คน มี 21 ครอบครัว ส่วนใหญ่มีอาชีพเก็บของเก่า ค้าขาย รับจ้างขอทาน มีทั้งแบบอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวและอยู่คนเดียว

น.ส.นพพรรณ กล่าวว่า สำหรับตัวเลขจำนวนคนไร้บ้านที่มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย สำรวจเมื่อปี 2544 ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีคนไร้บ้านที่สำรวจได้จำนวน 630 คน แต่ในครั้งนั้นประมาณการว่าตัวเลขแท้จริงน่าจะอยู่ที่ 1,500 คน ดังนั้น จากผลสำรวจในครั้งนี้อาจสรุปได้เบื้องต้นว่า ปัจจุบันคนไร้บ้านในกรุงเทพฯ มีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะที่ช่วงวัยของการมาเร่ร่อน ไร้บ้าน ก็มีอายุน้อยลง ซึ่งการแก้ปัญหา รัฐบาลควรผลักดันให้เกิดการสร้างศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน ให้เกิดขึ้นในจุดต่าง ๆ ที่มีคนไร้บ้านอาศัยอยู่ โดยเสนอให้รัฐบาลมีนโยบายนำที่ดินของรัฐมาจัดสร้างศูนย์ฯ ต่อไป

ที่มาข่าว: สำนักข่าวไทย

กทม.แจงแก้ปัญหาเอาคนออกจากสนามหลวง เผยยืดเวลาอีก 1 เดือนให้เตรียมตัว | ประชาไท หนังสือพิมพ์ออนไลน์

กทม.แจงแก้ปัญหาเอาคนออกจากสนามหลวง เผยยืดเวลาอีก 1 เดือนให้เตรียมตัว | ประชาไท หนังสือพิมพ์ออนไลน์

กทม.แจงแก้ปัญหาเอาคนออกจากสนามหลวง เผยยืดเวลาอีก 1 เดือนให้เตรียมตัว

วานนี้ (27 ม.ค.53) นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมพิธีเปิดที่ทำการกลุ่มขยะรีไซเคิล ที่ศูนย์คนไร้บ้าน สุวิทย์ วัดหนู เขตบางกอกน้อย เพื่อเป็นแหล่งสร้างรายได้ของคนไร้บ้าน นอกจากนี้กิจกรรมภายในงานยังมีการจัดงานพบปะคนไร้บ้าน กทม.และเชียงใหม่ เวทีเสวนา “นโยบายและแนวทางการแก้ปัญหาคนไร้บ้านในมุมมองใหม่” โดยมีข้าราชการ กทม.สำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้ด้อยโอกาส กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ สำนักคุ้มครองสวัสดิภาพชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้าร่วมด้วย

ภาพคนไร้บ้านในสนามหลวง

ที่มา: มพศ.

รองผู้ว่า กทม.รับ 3 ข้อเสนอคนไร้บ้าน ไปประสานต่อ
นายสุชิน เอี่ยมอินทร์ ผู้แทนเครือข่ายคนไร้บ้าน กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาคนไร้บ้านฝากไปยังผู้บริหาร กทม. 3 ข้อ คือ 1.สนับสนุนการจ้างงาน เช่น การขุดลอกท่อ กวาดถนน ตัดแต่งสวน 2.สนับสนุนคนไร้บ้านให้มีโอกาสในการค้าขาย โดยสนับสนุนพื้นที่วางขายสินค้าในงานออกร้านของ กทม.และในพื้นที่ต่างๆ 3.จัดหน่วยแพทย์มาบริการตรวจสุขภาพ อย่างน้อย 2 เดือนต่อหนึ่งครั้ง

ด้านนายธีระชน กล่าวถึงข้อเรียกร้องดังกล่าวว่า จะประสาน พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ ฝ่ายสาธารณสุขเพื่อให้ประสานศูนย์บริการสาธารณสุข 30 วัดเจ้าอาม ให้มาบริการตรวจสุขภาพให้ และจะประสานนางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ การศึกษา การกีฬาและการท่องเที่ยว ในเรื่องของกระทรวงพัฒนาสังคม เพื่อช่วยเหลือในเรื่องการจ้างงานและสร้างแหล่งอาชีพ

ชี้สร้างศูนย์พักพิง ทางออกปัญหาคนไร้บ้าน
นายธีระชน ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการจัดภูมิทัศน์สนามหลวง กล่าวด้วยว่า ทาง กทม.เชื่อว่ารูปแบบของมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มาสร้างศูนย์พักพิงให้กับ คนไร้บ้านน่าจะเป็นคำตอบของสังคม เพราะจากศูนย์ตลิ่งชันที่ประสบความสำเร็จ และศูนย์บางกอกน้อย ทั้ง 2 ศูนย์มีคนมาพักประจำ 70 คน ต่อวันและถ้าหมุนเวียนด้วยประมาณ 100 คน โดยส่วนมากเป็นคนจากสนามหลวง และนอกจากศูนย์นี้จะเป็นที่พักอาศัยแล้วก็ยังมีการส่งเสริมอาชีพตามมาด้วย อย่างศูนย์รับซื้อขยะรีไซเคิล ในส่วนนี้ทำให้ กทม.ค่อนข้างเชื่อมั่นว่าได้พบทางออกของปัญหาสังคมที่ไม่ได้รับการแก้ไขมา ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ทั้งนี้ การทำงานของหน่วยงานรัฐที่ผ่านมายังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากแก้โจทย์ไม่ตรงคำถาม ซึ่งโจทย์ก็คือต้องแก้ให้เขามีบ้าน มีที่พักพิง

“เราจะพยายามขยายผลพวกนี้ออกไปให้เป็นรูปธรรมมาขึ้น ลำพัง กทม. พม.และกระทรวงแรงงาน เราก็ทำอย่านี้มาหลายสิบปีมันก็ยังไม่เป็นรูปธรรม ปัญหามันก็ลามใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ผมคิดว่าเมื่อเราเห็นคำตอบแล้ว เราน่าจะเอาตรงนี้มาเป็นโจทย์ตั้งว่าจะขยายามมันให้มากที่สุดได้อย่างไร”

ในเรื่องพื้นที่ นายธีระชน กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ไปประสานกับทางการรถไฟ และในเบื้องต้นสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เสนอที่ว่าง 2 แปลงที่ถนนเจริญนคร 55 และชุมชนสวนเงิน ถนนพระราม 6 และอาจจะได้ที่ดินย่านถนนเชื้อเพลิงจากกรมธนารักษ์ขนาดประมาณ 5 ไร่ ส่วนทาง กทม.หรือพอช.ช่วยสนับสนุนงบประมาณในการสร้างอาคาร หากมีการช่วยกันคนละไม้ละมือจากหลายๆ องค์กร คาดว่าน่าจะสำเร็จได้เพียงแต่ต้องคุยกันมากขึ้น ประสานงานมากขึ้น

ยันเยียวยาเบื้องต้นยังต้องใช้บ้านมิตรไมตรี-บ้านอุ่นใจเป็นหลัก
นายธีระชน กล่าวด้วยว่าการเยียวยาเบื้องต้นต้องใช้บ้านมิตรไมตรีและบ้านอุ่นใจ ซึ่งมีการบริหารงานโดยรัฐก่อน แต่ในส่วนปัญหาข้อจำกัดที่เดิมจะให้คนไร้บ้านอยู่ได้เพียงระยะสั้นนั้น เบื้องต้นในส่วนของ กทม.จะประสานนางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ ให้ผ่อนปรนกฎระเบียบดังกล่าวให้คนไร้บ้านสามารถเข้าพักได้นานขึ้น และอาจจัดระเบียบการพักใหม่เพื่อให้สามารถรองรับคนได้มากขึ้นเนื่องจากอยู่ ในระยะเยียวยา แต่ปัญหาที่แก้ยากที่สุดคือการสลายกำแพงกั้นระหว่างรัฐกับคนไร้บ้าน ให้เกิดความมั่นใจว่ารัฐมีความจริงใจในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจต้องอาศัยมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) ช่วยเป็นตัวกลางช่วยประสาน

จัดพื้นที่ริมคลองหลอดให้ค้าขายชั่วคราว คาดรองรับได้นับพันราย
ส่วนในกลุ่มปัญหาผู้ที่ทำการค้าในพื้นที่สนามหลวง นายธีระชน กล่าวว่า ขณะนี้นายทวีศักดิ์ เดชเดโช รองปลัดกทม.ได้รายงานการสำรวจจำนวนผู้ทำการค้าขายและหาบเร่แผงลอย บริเวณสนามหลวงและริมคลองหลอดพบว่าในสนามหลวงมี 996 ราย ส่วนบริเวณคลองหลอดมีจำนวน 227ราย แต่เป็นกลุ่มคนที่ทับซ้อนกัน ดังนั้นเมื่อหักลบแล้วจะเหลือจำนวนราว 700 กว่าราย ซึ่งทางกทม.ได้เตรียมจัดพื้นที่ริมคลองหลอดช่วงจากสนามหลวงจนถึงปากคลองตลาด คาดว่าจะสามารถรองรับได้เพียงพอ และอาจรองรับได้เพิ่มอีกกว่า 300 รายจากรอบพระบรมหาราชวัง (รอบวัง-ท่าเตียน-ท่าช้าง-ถนนสนามไชย) หากจะต้องเคลื่อนย้ายทั้งหมด

นายธีระชน ให้ข้อมูลต่อมาว่า หลังจากนี้นายทวีศักดิ์และสำนักงานเขตพระนครจะทำการวางผังกำหนดพื้นที่การ ค้าแล้วจะเปิดให้ลงทะเบียนผู้ค้าเพื่อจัดแผงให้ โดยพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นการอนุญาตให้ขายชั่วคราวจนกว่าปรับปรุงสนามหลวง แล้วเสร็จ ส่วนในระยะยาวจะมีที่ฐาวรในอนาคตให้ โดยนายทวีศักดิ์ได้มอบให้สำนักงานตลาด กทม.จัดหาพื้นที่ค้าจุดอื่น เช่น สนามหลวง 2 (ตลาดนัดธนบุรี) มีนบุรี หรือที่อื่นๆ ให้ ส่วนผู้ค้าที่ไม่ให้ความร่วมมือทาง กทม.ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ ต้องปฏิบัติตามระเบียบ

ยืดเวลาให้พ่อค้า-แม่ค้าสนามหลวงขายของต่อได้อีก 1 เดือน
นายธีระชน กล่าวด้วยว่าผู้ค้ายังมีเวลาอีก 1 เดือนที่สามารถขายของได้ และเตรียมลงทะเบียนค้าขาย รวมทั้งการประสานเรื่องที่พักพิงให้คนไร้บ้าน เนื่องจาก สำนักงานพระพุทธศาสนาแจ้งว่าต้องการใช้พื้นที่สนามหลวงจัดงานสัปดาห์พระพุทธ ศาสนา เนื่องในวันมาฆบูชา ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้

สำหรับในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ กทม.ประกาศปิดพื้นที่วันแรก จะมีการห้ามรถเข้าจอดเท่านั้น ซึ่งได้หารือกับพล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว ในการจัดระบบรถที่มาส่งนักท่องเที่ยวที่สนามหลวง แล้วไปวนจอดที่อื่น และจะมีการล้างทำความสะอาดพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าปรับปรุง อีกทั้งจะทำการตั้งกรงเพื่อขนย้ายนกพิราบ

แนะผู้ชุมนุมทางการเมืองยังใช้พื้นที่อื่นได้
ส่วนการใช้พื้นที่สนามหลวงเพื่อชุมนุมทางการเมือง นายธีระชน กล่าวว่ายังมีอีกหลายจุดที่ใช้เป็นที่ชุมนุมได้ เช่นในส่วนของลานพระบรมรูปทรงม้า ส่วนตัวคิดว่าการปรับปรุงพื้นที่ไม่ได้มาจากประเด็นทางการเมือง แต่เกิดจากกระแสของประชาชนที่อยากให้สนามหลวงดีขึ้น เพราะสภาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันค่อนข้างย่ำแย่ ยืนยันไม่ใช่เพราะเรื่องเสื้อแดง

เผยยอดคนไร้บ้าน ใน กทม.มีกว่า 1,000 คน
ด้านตัวแทนจากมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) และเครือข่ายคนไร้บ้าน ได้เปิดเผยผลการสำรวจคนไร้บ้านในเขตกรุงเทพมหานครล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ม.ค.53 โดนการลงพื้นที่ตามจุดสำคัญทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 22.00-02-00 น. ระบุพบว่ามีคนไร้บ้านทั้งหมด 1,092 คน เป็นชาย 923คน เพศหญิง 140 คน เด็ก 29 คน และมีครอบครัวไร้บ้าน 21 ครอบครัว ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มจากปี 2544 ที่เริ่มมีการสำรวจซึ่งพบว่ามีคนไร้บ้านประมาณ 630 คน

โดยพื้นที่ที่มีคนไร้บ้านพักอาศัยมากที่สุด คือ สนามหลวงและริมคลองหลอด 607 คน รองลงมาคือรอบสถานีขนส่งหมอชิต 80 คน, เยาวราช 52 คน, ย่านหัวลำโพง42 คน ย่านกษัตริย์ศึก-บางรัก-ราชเทวี 34 คน, สะพานพุทธ ฝั่งพระนคร 32 คน,สะพานพุทธฝั่งธนบุรี 27 คน สวนลุมพินี 27 คน, ถนนราชดำเนินกลาง 2 ฝั่ง-บางลำพู 23 คน, รอบตลาดนัดจตุจักร-สะพานควาย-พระรามหก 18 คน, สถานีรถไฟสามเสน และสถานีรถไฟบางซื่อ ที่ละ 17 คน โดยส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพหาของเก่า ค้าขาย รับจ้าง และขอทาน

Tags: